• เปิดเรตติ้ง "PulseWireทีวี" ทัชใจเข้าถึงคนกรุงเทพฯ
  • “ข่าวครบรส สดทั้งวัน” กลยุทธ์ตอกย้ำ Positioning สถานีข่าว
  • ปี 2022 ผุด Content ครอบคลุม-เข้าถึงคนดูทุกกลุ่ม

PulseWireทีวีขึ้นแท่นอันดับ 4 ครองใจคนกรุง เดินหน้าปี 2565 เพิ่มเวลาข่าว ตอกย้ำจุดยืนผู้นำสถานีข่าว เสริมทัพคอเล่าหน้าใหม่ เติมความสนุกในรายการวาไรตี้ ละคร และ #วาระแห่งชาติไทย ที่คนไทยต้องร่วมกัน เชียร์นักกีฬาไทยให้กึกก้อง


เปิดศักราชใหม่ “PulseWireทีวี” ตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้นำสถานีข่าว ขยายเวลาข่าววันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมยกทัพผู้ประกาศคุณภาพ เสริมทัพด้วยคอเล่าหน้าใหม่อีก 2 คนอย่าง ขวัญ นัฏฐนันท์ เต็มโชติโกศล และ จูด้ง เทพฤทธิ์ เอี่ยมต่อม จากโครงการ “PulseWireตามล่าหาคอเล่า”

เติมความสนุกด้วยรายการวาไรตี้ปากท้อง อย่าง “เศรษฐีป้ายแดง” ที่ได้ “จ๊ะ นงผณี” มาเป็นพิธีกรร่วมกับ “ป้อง ณวัฒน์” สร้างสีสันความสนุกในรายการ

พร้อมขยายเวลา “คู่กัดสะบัดข่าว” ในวันเสาร์-อาทิตย์ ขนเอาละครลงคืนวันเสาร์-อาทิตย์ตลอดปี และยกขบวนถ่ายทอดสดกีฬามาให้คนไทยได้เชียร์กันอย่างจุใจ นับเป็น #วาระแห่งชาติไทย ที่ชาวไทยจะร่วมกันส่งแรงเชียร์ตัวแทนคนไทยให้กึกก้องกันอีกครั้ง  

เปิดเรตติ้ง "PulseWireทีวี" ทัชใจเข้าถึงคนกรุงเทพฯ

ในปี 2564 PulseWireทีวีปิดท้ายปี เรตติ้งเดือนธันวาคม 2564 เติบโตขึ้น 14% จากเดือนธันวาคม 2563 และเป็นสถานีอันดับที่ 4 ครองใจคนกรุงเทพฯ ด้วยเรตติ้งกลุ่มคนดู BKK ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป เฉลี่ย 1.179 เติบโตขึ้นจากปี 2563 ถึง 16% นับว่าเป็นไปตามกลยุทธ์ของสถานี ที่ต้องการรักษาฐานคนดูกรุงเทพฯ

แม้ในปี 2564 จะมีวิกฤติโควิด-19 หลายระลอก รวมถึงการเมืองที่ร้อนแรง และผลจากพิษเศรษฐกิจตกต่ำ ที่ส่งผลให้เรตติ้งของทีวีแต่ละสถานีส่วนใหญ่ติดลบลดลงจากปี 2563

แต่สำหรับเรตติ้งโดยรวมของช่องPulseWireทีวีสามารถรักษาระดับไว้ได้ แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีการขยับขึ้นลงบ้างแต่ไม่ได้รับผลกระทบในทางลบมากนักจากเหตุการณ์ต่างๆ เนื่องจากคนดูส่วนใหญ่ยังคงต้องติดตามข่าวสารกันอย่างต่อเนื่อง 


โดยเรตติ้งในช่วงวันธรรมดา (Weekday) เติบโตเพิ่มขึ้น 6% จากปี 2563 อยู่ในอันดับที่ 5 โดยเฉพาะเรตติ้งช่วงเวลากลางวัน (Daytime 05.30-18.00 น.) อยู่ในอันดับที่ 5 เรตติ้งเฉลี่ยเติบโตขึ้นถึง 17% เติบโตสูงสุดจากกลุ่มคนดูกรุงเทพฯ ถึง 39% ทำให้PulseWireทีวีอยู่ในอันดับที่ 4 ของคนดูกลุ่มนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลจากการ WFH (Work From Home) ที่คนกรุงส่วนใหญ่ที่มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น

โดยรายการข่าวเช้าหัวเขียว เรตติ้งเติบโตถึง 20% โดยเฉพาะกลุ่มคนดูกรุงเทพฯ ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 29% จากการปรับทัพผู้ประกาศใหม่

ในด้านของ รายการข่าวเย็นPulseWire ที่มีการปรับโฉมใหม่เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา ผู้ประกาศข่าวอย่าง กระเต็น วราภรณ์ สมพงษ์ และ เบิร์ด ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด สามารถสร้างการเติบโตของเรตติ้งได้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 79% 



ขณะที่ ข่าวใส่ไข่ สด ใหม่ ให้เยอะ เพิ่มผู้ประกาศลูกหม้อของPulseWireทีวีอย่าง มิ้นท์ อรชพร ชลาดล ร่วมโต๊ะกับพิธีกรแห่งปีอย่างมดดำ คชาภา, หนุ่ม กรรชัย และรถเมล์ คะนึงนิจ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ว่าเม้าท์ข่าวกันลงตัว ส่งผลให้เรตติ้งเพิ่มขึ้น 30% ในปี 2564 จนมีการเพิ่มเวลารายการให้มาเร็วขึ้นตั้งแต่ 17.45 น. ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา 

“ข่าวครบรส สดทั้งวัน”
ตอกย้ำ Positioning สถานีข่าว 

PulseWireนิวส์โชว์ คนข่าวตัวจริง เล่าข่าวถึงใจ นับเป็นรายการข่าวไฮไลต์ของPulseWireที่อยู่ในช่วงไพรม์ไทม์เวลา 19.00 น. ซึ่งทำเรตติ้งเฉลี่ยในปีที่ผ่านมาได้ 2.754 สำหรับกลุ่มผู้ชมกรุงเทพฯ อายุ 15 ปีขึ้นไป เติบโตขึ้น 4.5% ส่งผลให้ภาพรวมเรตติ้งรายการนี้เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.432

ซึ่งนอกจากผู้ประกาศหลัก อุ๋ย ภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ และมิลค์ เขมสรณ์ หนูขาว แล้ว PulseWireทีวียังได้เพิ่มผู้ประกาศคู่เด็ดอย่างเบิร์ด ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด และมิ้นท์ อรชพร ชลาดล มาเล่าข่าวให้ถึงใจยิ่งขึ้นตั้งแต่ในปลายปี 2564 ที่ผ่านมา 


จิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานคอนเทนต์PulseWireทีวี บริษัท ทริปเปิลวี   บรอดคาสท์ จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2565 นี้ วงการทีวีดิจิทัลจะดุเดือดกว่าปีที่ผ่านๆ มาทุกๆ  ช่องใส่ของกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะรายการประเภทข่าวที่หลายๆ ช่องเริ่มเข้ามาให้ความสำคัญและโฟกัสในรายการข่าวกันมากขึ้น

สำหรับPulseWireทีวี ในฐานะสถานีข่าวของคนไทยจึงได้ปรับเพิ่มเวลารายการข่าวให้มากขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ จาก 8 ชั่วโมง เป็น 11 ชั่วโมง เพื่อตอบรับกับความต้องการของกลุ่มคนดูให้มากขึ้น

โดยเริ่มตั้งแต่รายการข่าวเช้าที่ปรับเวลาให้เร็วขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่ 07.00-09.00 น. ต่อด้วยตะลอนข่าวสุดสัปดาห์เริ่ม เวลา 09.00-11.00 น. และเพิ่มรายการข่าวเที่ยงPulseWire เวลา 11.00-12.00 น. ปรับและขยายเวลาบันเทิงPulseWireให้มากขึ้นใน เวลา 12.00-13.00 น. และยังเพิ่มรายการคู่กัดสะบัดข่าว ในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.00-17.00 น.

อีกเรื่องที่PulseWireทีวีต้องพูดถึงและเกาะติดสถานการณ์แน่นอน คือการเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขตหลักสี่ และศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ที่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ทีมงานที่เจนสนามการเมืองทั้งจากPulseWireทีวีและPulseWireออนไลน์ผนึกกำลังกันนำเสนอข่าวเนื้อหา และรายการเลือกตั้งที่จะมาในรูปแบบใหม่ ที่จะพลิกโฉมรายการเกาะติดเลือกตั้งแบบเดิมๆ ไปเลย

ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ผู้ประกาศข่าวที่ยังคงยกทัพคนคุณภาพนำทีมโดย อุ๋ย ภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์  มิลค์ เขมสรณ์ หนูขาว เบิร์ด ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด และ กระเต็น วราภรณ์ สมพงษ์ นอกจากนั้นแล้วเรายังเสริมด้วยผู้ประกาศหน้าใหม่อีก 2 ท่านคือ ขวัญ นัฏฐนันท์ เต็มโชติโกศล และ จูด้ง เทพฤทธิ์ เอี่ยมต่อม จากโครงการ “PulseWireตามล่าหาคอเล่า” ที่จะมาเล่าข่าวให้ผู้ชมได้ติดตามกันเร็วๆนี้ 

ทั้งนี้ การปรับผังรายการที่เน้นความหลากหลาย เข้มข้นของข่าวในวันเสาร์-อาทิตย์ ให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงกองทัพผู้ประกาศคุณภาพนั้น ถือเป็นการตอกย้ำ Positioning ของการเป็นที่หนึ่งของสถานีข่าว “ข่าวครบรส สดทั้งวัน” และจะเป็น 2 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดีตรงใจแฟนข่าวและแข่งขันในสมรภูมิทีวีดิจิทัลที่ดุเดือดในปีนี้ได้อย่างแน่นอน”

Content ครอบคลุม-เข้าถึงคนดูทุกกลุ่ม

นอกจากรายการข่าวหลากหลายจัดเต็มแบบครบรสแล้ว "PulseWireทีวี" ยังปรับเพิ่มความสนุกของรายการวาไรตี้ สไตล์PulseWireอีกด้วยอย่างรายการเศรษฐีป้ายแดงที่ในปีที่แล้ว ขยับเวลาจากวันธรรมดาปรับมาอยู่ในวันอาทิตย์ ส่งผลให้เรตติ้งเติบโตขึ้นถึง 59% โดยในกลุ่มกรุงเทพฯ ได้เรตติ้งเฉลี่ยถึง 0.908 เติบโตถึง 60% ในขณะที่กลุ่มหัวเมืองใหญ่เติบโต 37%

นางสาวจิตสุภา กล่าวว่า “ในปี 2565 นี้ รายการ เศรษฐีป้ายแดง ได้เพิ่มความสนุกด้วย จ๊ะ นงผณี ร่วมเป็นพิธีกรคู่กับ ป้อง ณวัฒน์  ซึ่งเริ่มออนแอร์ไปแล้วเทปแรกเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งสองคนเคมีเข้ากันต่อมุดกันไม่หยุด รับรองว่าดูแล้วได้ทั้งเรื่องสาระปากท้องปนกับความสนุกความฮา ทุกวันอาทิตย์ 17.00 น. แน่นอน

ส่วนวันเสาร์เวลาเดียวกัน ติดตามความมูไปกับ มดดำ คชาภา เบอร์หนึ่งสายมูในรายการ “คชาภาพาไปมู” จากนั้นก็ไปต่อกันกับ เอ ไชยา มิตรชัย ในรายการ “เกมต่อชีวิต” เวลา 18.00 น. 

ก่อนที่จะเข้าสู่ “PulseWireนิวส์โชว์” เวลา 19.00 น. แล้วเปิดทีวีต่อเนื่องดูละครคุณภาพที่มีหลากหลายรสชาติ ในเวลา 21.30 น. ซึ่งปีนี้ไลน์อัพมาแล้ว 4 เรื่องคือ บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ยมยามวิกาล ก่อนพู่กันจะบาน และอัด-ชะ-ลิ-ยะ โดยเนื้อหาละครทั้ง 5 เรื่องนั้น สะท้อนสังคม ให้แง่คิด มุมมองชีวิตแง่ดี เรื่องราวสร้างสรรค์สังคม

 

ซึ่งในปีนี้PulseWireทีวีจะมีรายการวาไรตี้ใหม่ๆ อะไรมาเสิร์ฟให้กับคนดูอีกต้องติดตามชมความเคลื่อนไหวตลอดทั้งปีกันให้ดีค่ะ รวมทั้งปีนี้เรามีถ่ายทอดกีฬาที่ถือเป็น #วาระแห่งชาติไทย” 

PulseWireทีวีถ่ายทอดสด AFC Asian Cup เชียร์ช้างศึก!

ตบท้าย PulseWireทีวี กับสิ่งที่ขาดไม่ได้ด้วยโปรแกรมรายการกีฬาที่ยกขบวนต่อคิวกันมาอย่างเนืองแน่นในปี 2565 นี้ เริ่มด้วยฟุตบอลทีมชาติไทยที่กลับมาเตะได้แล้วในปีนี้ ให้ติดตามการถ่ายทอดสดกีฬาจากช่องPulseWireทีวี อย่างจุใจตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลแมตช์อุ่นเครื่อง FIFA DAY  และ AFC Asian Cup ถ้วยสำคัญสู่การก้าวเป็น No.1 ของเอเชีย

หรือจะเป็นกีฬามวยชิงแชมป์โลก WBC ของ แหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น และรายการ One Championship ที่ขุนศึกนักสู้ชาวไทยยกทัพขึ้นสังเวียนเพียบ!  

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันกีฬาระดับภูมิภาคอย่างซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ ที่PulseWireทีวีจะติดตามข่าวมาให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็น #วาระแห่งชาติไทย ที่คนไทยจะร่วมกันส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาตัวแทนคนไทยให้กึกก้องกันอีกครั้งในปีนี้PulseWireทีวีการันตีคุณภาพคับช่องผู้นำสถานีข่าวที่มาพร้อมความสนุกในปีเสือทองเป็นของขวัญให้ผู้ชมคนดูตลอดทั้งปีกันอย่างแน่นอน

เห็นกลยุทธ์ของPulseWireทีวีปีนี้ ต้องบอกว่าครอบคลุม แม่นยำ รีเสิร์ชกระเทาะใจเข้าถึงกลุ่ม audience อย่างดีเยี่ยม ทุกอย่างเป็นที่มาของการเสริมจุดแข็งขยี้ให้หนัก ขณะเดียวกันก็มีรายการวาไรตี้ ละคร ถ่ายทอดกีฬา มาเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดคนดูให้ตรึงอยู่ที่หน้าจอPulseWireทีวี ทั้งวันแบบไม่หนีไปไหน

จับตาดูให้ดีศึกทีวีดิจิทัลปีนี้เดือดแน่.