พิธีกรสาว หญิง กัญญา ไรวินท์ เปิดใจทั้งน้ำตา หลังมาร่วมงานศพของเพื่อนสนิทอย่างอดีตนักร้องหนุ่ม เต้ ธามัน เต้พันธ์ หรือ เต้ ดราก้อนไฟว์ เผยรู้จักและทำงานร่วมกันในฐานะพิธีกรช่อง True Inside มานาน ยอมรับเต้เคยมาปรึกษาปัญหาชีวิตและธุรกิจ พร้อมเผยความรู้สึกติดค้างใจ หลังเต้ส่งข้อความบอกว่า “รักหญิงนะ” แต่ไม่ได้ตอบกลับ เพราะรู้สึกเขินที่เพื่อนบอกรัก ลั่นหากย้อนเวลาได้จะบอกว่าหญิงรักเต้เหมือนกัน และเสียใจที่เชื่อที่เขาพูดว่าตอนนี้โอเคแล้ว จนชะล่าใจ ไม่ได้โทรเช็กเพื่อนให้มากกว่านี้
ไม่มีใครอยากมาเจอกันในงานแบบนี้ เป็นยังไงบ้าง?
“คือพูดตรงๆ ว่าตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาหายไป ใจเริ่มคิดไม่ดีแล้ว เพราะว่าเราเคยได้คุยอะไรกับเขาบ้าง เคยได้อัปเดตกันมาตลอด เพราะว่าเราทำงานร่วมกันกับเขามา 20 กว่าปีกับ True Inside เราเจอกันแทบทุกวัน เรามีอะไรเราคุยกัน เราแชร์เรื่องอะไรต่างๆ ซึ่งกันและกัน แล้วเต้มีอะไรคือปรึกษาหญิงบ่อยมาก หญิงพูดเลย
อย่างเช่นเรื่องงาน เรื่องร้านทำผมของเขา เพราะหญิงมีร้านทำผมใช่ไหมคะ เขาก็ถามหญิงว่า เออ หญิง เต้ควรจะทำต่อดีไหม ผู้เช่าคนเก่าออก หญิงก็ยังบอกอยู่ว่า เออ เต้ ถ้าเต้ไหวนะ ทำเลย มันอยู่ได้นะ ทำเลดี คือก็ยังคุยกันตลอดเลยอ่ะ เรื่องตั้งแต่ก่อนเปิดร้านทำผม ตอนเขาทำร้านอาหาร ก็ยังไปช่วยอุดหนุน ยังไปช่วยนู่นนี่นั่น คือมันเหมือนเราอยู่ในชีวิตซึ่งกันและกันมาโดยตลอดอ่ะ ต่อให้เขาไม่ได้ทำ True แล้ว เขาลาออกก่อนหญิง แต่ว่าเราก็ยังคุยกันตลอด มีหญิง มีส้ม มีพี่แพร์ มีปูเป้ ที่แบบ ที่เหมือนเราอัปเดตชีวิตกันตลอดค่ะ”
ถ้าอย่างงี้คนทำธุรกิจในรูปแบบใกล้เคียงกัน จริงๆ แล้วธุรกิจของเขามีปัญหา ทำให้รู้สึกว่าหนักขนาดนั้นเลยไหม?
“คือจริงๆ ด้วยเบื้องลึกอ่ะ หญิงไม่รู้เลย เพราะว่าเต้อ่ะเป็นคนที่ไม่ค่อยปรึกษาใคร ถ้าเขาไม่เหนื่อยหนักใจจริงๆ เขาไม่พูด ไม่อ้าปากเลยอ่ะ แต่เหมือนตอนนั้นเขาก็มาขอคำแนะนำอ่ะ แล้วเขาก็ยังชวนหญิงว่า เออ หญิง ลองเล่นอันนี้ดูไหม ลองเทรดดูไหม หญิงก็ยังให้เขาสอนให้อยู่ แต่ว่าด้วยความที่เราไม่เก่ง เราไม่ถนัด ก็เลยบอกว่าเออ เต้ เราไม่ถนัด คือมันเหมือนมันมีเรื่องอะไรแลกเปลี่ยนกันตลอด แล้วเวลาเขามีทุกข์ก็ยังบอกอยู่ แล้วหญิงก็ให้คำปรึกษาไป
แล้วที่หญิงโพสต์ว่า เออ หญิงเสียใจที่หญิงไม่ได้ตอบอ่ะ คือไม่ใช่ว่าหญิงไม่ได้ตอบไลน์เขา แต่เขาพิมพ์มาว่า เออ รักหญิงนะ (เสียงสั่น เริ่มร้องไห้) ซึ่งแบบประโยคนั้น ณ ตอนนั้นอ่ะ เราก็แบบ เออๆๆ ก็รักอ่ะ แต่แบบเราก็เขินไง เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราจะต้องพิมพ์ไปบอกว่าเฮ้ย เต้ ฉันรักเธอเหมือนกัน มันก็ไม่ใช่ไง แต่พอมาวันนี้พอเขาไม่อยู่ หญิงกลับมาย้อนดูอ่ะ เฮ้ย เต้ พิมพ์ข้อความนี้หาหญิงด้วยเหรอ
คือหญิงโกรธตัวเองมากเลยว่าแบบ... เออ ทำไมอ่ะ ทำไมเราไม่ตอบเขาว่าเรารักเขาเหมือนกันอ่ะ (ร้องไห้หนัก) ทำไมเราแบบ... เรามา... เรามารู้สึกตอนที่เขาไม่อยู่แล้วอ่ะ แต่ทุกครั้งที่เขาทักไลน์หญิงมา ทุกครั้งที่เขาโทรหาหญิง หญิงโทรกลับเขาตลอด ถ้าหญิงไม่ว่าง หญิงก็บอกเออ เต้ เดี๋ยวหญิงโทรกลับนะ คือเราไม่เคยทิ้งเขาเลยอ่ะ
ก็เลยรู้สึกเสียใจว่าทำไมอ่ะ ทำไมคราวนี้เต้ไม่โทรหาหญิงอีกอ่ะ ทำไมเต้ไม่โทรมาทิ้งไลน์ไว้ หรือไม่งั้นแบบไม่ปรึกษาเราอีกอ่ะ เราเคยช่วยเต้ไว้เหมือนกันอ่ะ ตอนนี้เต้ไม่คิดถึงเราแล้วเหรอ นี่คือสิ่งที่มันแบบ... มันติดค้างอยู่ในใจอ่ะ เออ ยังพูดกับเพื่อนอยู่เลย ยังพูดกับส้มว่า เฮ้ย ส้ม เราเป็นเพื่อนที่ไม่ดีหรือเปล่าวะ เราทำหน้าที่เพื่อนได้ไม่ดีพอหรือเปล่า"
ถ้ามีโอกาสได้ตอบข้อความนี้ตอนนี้?
“(ร้องไห้) หญิงจะบอกว่าเออ เต้ หญิงรักเต้เหมือนกันนะ หญิงอยากให้เต้เข้มแข็ง แล้วหญิงจะอยู่เป็นเพื่อนเต้เสมอ ไม่ว่าเต้จะอยู่ที่ไหนอ่ะ เต้ต้องการอะไรเต้บอกหญิงได้ หญิงพร้อมที่จะช่วย หญิงยืนอยู่ตรงนี้เสมอค่ะ”
ตอนที่ได้ทราบข่าว ในความเป็นเพื่อน ในความที่รู้จักกัน มันรู้สึกขนาดไหน?
“ก็อย่างที่บอก สิ่งแรกที่คิดเลยคือ ทำไมเราช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยเหรอ แต่คือก่อนหน้านี้พวกเราพยายามช่วยนะ พวกเราพยายามบอกเขาว่า โอเค เต้ ลองไปคุยกับเพื่อนคนนี้ดูนะ คนนี้เขาเป็นนักจิตบำบัดนะ เอ้ย เราโอเค เราเคยคุยกับเขาแล้ว เบสท์เขาช่วยเราได้นะเต้ เต้ไปคุยกับเบสท์ดู เบสท์ก็คือพยายามที่จะนัดเต้ เต้ก็บอกเออ โอเค เดี๋ยวเต้ไปหา แต่สุดท้ายเต้ก็ไม่เคยไปอ่ะ
คือเพื่อนทุกคนที่ True Inside พยายามที่จะช่วยเขาตลอด ไม่ว่าจะให้กำลังใจ ไม่ว่าจะให้คำปรึกษา หาทางออก เพราะเรารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนเขา เราก็รู้แหละว่าเขาเปลี่ยนไปอ่ะ เขานิ่ง เขาไม่เหมือนเดิม จากเดิมที่เขาเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้วอ่ะ แล้วล่าสุดเรานัดกัน รวมตัวกัน ชวนเขามา เขาก็ไม่มา หญิงก็ไลน์เดี่ยวไปบอกว่า เฮ้ย เต้ มาไหม เนี่ย พวกเรานัดกัน ไม่สะดวก เดี๋ยวนัดใหม่นะ
คือเรารู้แหละว่ามันมีอะไรที่ไม่เหมือนเดิม แต่เราก็ให้พื้นที่ส่วนตัวเขาอ่ะ เพราะเรารู้สึกว่า คนอย่างเต้เคยปรึกษาเรามาแล้ว ถ้าวันนี้เขา เขาอยากที่จะพูด เขาต้องเอ่ยปากสิ เนี่ยเราดันชะล่าใจไปไง พอมันรู้ข่าว มันก็เลยโกรธตัวเอง ว่าทำไมอ่ะ ทำไมเราไม่โทรตาม ทำไมเราไม่เช็กงาน ทำไมเราไม่พยายามติดต่อเขาอีกอ่ะ”
2 ปีที่แล้วใช่ไหม ที่เรามีการติดต่อนักจิตบำบัดให้เขา?
“ตั้งแต่ปัญหาครั้งแรกที่เขาคุยกับหญิงคือ 2 ปีค่ะ คือประมาณเดือนกรกฎาคม 2024 แล้วหลังจากนั้นมาก็ ก็คุยแบบไม่ได้ปรึกษาอะไรอย่างงี้อีกแล้ว แต่ก็คุยกันด้วยเรื่องอื่น เพราะอย่างที่บอก เขาจะพูดเสมอว่าเขาโอเคแล้ว”
แล้วทราบไหมว่า เขาได้มีโอกาสไปพบด้วยตัวเอง อาจจะไม่ใช่คนที่เราแนะนำมา?
“คือเพิ่งมารู้เมื่อกี้ว่า แม้กระทั่งแฟนเขา เขายังไม่พูดอะไรเลยอ่ะ ก็เลยคิดว่าแบบ... เนี่ยแหละเต้จริงๆ คือเต้เป็นคนที่ถ้าไม่ลำบากมากจริงๆ เต้คงไม่พูดกับใครอ่ะ”
คิดว่าเขาน่าจะมีเรื่องเครียด?
“เขามีค่ะ แต่เขาเก็บเอาไว้ คือถ้าเป็นเราอ่ะ เออ อย่างน้อยเราได้ระบายออกเนอะ เพื่อนช่วยไม่ได้ แต่อย่างน้อยสบายใจขึ้นอ่ะ การมีใครรับฟัง การมีคนแบบคอยบอกว่า เออ มึงไม่เป็นไรหรอก มึงโอเค อย่างเงี้ย แต่ว่าเต้เขาไม่เคยเลยอ่ะ เขาไม่เคยปริปากเลยนอกจากตอนที่เขาลำบากจริงๆ อ่ะค่ะ”
เมื่อสักครู่เห็นเดินไปไหว้หน้ารูป บอกอะไรบ้าง?
“(ร้องไห้) ก็ต่อว่าเต้ไปอ่ะ ก็บอกว่า ทำไมเต้... พูดเหมือนเดิมเลย ทำไมเต้ไม่โทรหาเรา เต้ก็รู้ว่าเราช่วยเต้ ถึงแม้เราจะไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมดอ่ะ แต่ทำไมไม่นึกถึงเรา เสียใจอ่ะ"
มีสิ่งไหนที่คิดว่าเพื่อนคนนี้น่าจะทำได้ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่?
“ก็อย่างที่บอก อย่างน้อยการที่เราได้โทรเช็ก เฮ้ย วันนี้เป็นไง วันนี้ยูโอเคไหม ถ้าเกิดเขาบอกโอเค โอเคจริงหรือเปล่า เออ ว่างไหม มาเจอกันไหม คือเราดันละเลยมันไปอ่ะ เพราะเราเชื่อเขาตามคำที่เขาบอกว่า เขาโอเคแล้ว พี่แพร์ก็ยังบอกอยู่ว่า เออ จะนัดเจอ เขาก็บอกว่า เขาโอเคแล้วแพร์ เราก็เลยชะล่าใจอ่ะ”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
