ฮลุน โซโล่ เสียชีวิตเพราะอะไร? จากผลชันสูตรเบื้องต้นของไทยระบุว่า "ฮลุน โซโล่" หรือ นายบวรทัต เป็งสุข ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว เสียชีวิตจากภาวะระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว โดยไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย

รู้ทัน "ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน" ภัยเงียบที่อาจพรากชีวิตได้ทุกเมื่อ เช็กอาการเตือน กลุ่มเสี่ยง และวิธีป้องกันตัวเองเบื้องต้น ตามคำแนะนำจากแพทย์รามาธิบดี เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง

ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Heart Failure) ถือเป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อัตราการเสียชีวิตสูงและสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แม้ในอดีตมักพบในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้พบผู้ป่วยในวัยทำงานมากขึ้น ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ภาวะนี้เกิดจากหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เพียงพออย่างกะทันหัน ทำให้เกิดน้ำท่วมปอดและอวัยวะต่างๆ ล้มเหลวตามมา

สัญญาณเตือน! วิธีสังเกตอาการ "ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน" ด้วยตัวเอง

การรู้เท่าทันอาการในระยะเริ่มต้นคือหัวใจสำคัญของการรอดชีวิต หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • เหนื่อยหอบรุนแรงเฉียบพลัน หายใจไม่เต็มอิ่ม โดยเฉพาะเวลาล้มตัวลงนอนราบ (ต้องหนุนหมอนสูง) หรือตื่นมากลางดึกเพราะเหนื่อยหอบ
  • บวมตามร่างกาย สังเกตได้ชัดบริเวณ ขา ข้อเท้า หรือหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากภาวะคั่งน้ำ
  • อ่อนเพลียผิดปกติ รู้สึกหมดแรงจากการทำกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ
  • ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว หรือเต้นผิดจังหวะร่วมกับอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลม

ใครบ้างจัดอยู่ใน "กลุ่มเสี่ยง" ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันมักเป็นผลพวงมาจากโรคประจำตัวที่สะสมมานาน กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. ผู้ป่วยโรคหัวใจเดิม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคลิ้นหัวใจ, โรคกล้ามเนื้อหัวใจโต หรือผู้ที่เคยมีประวัติกล้ามเนื้อหัวใจตาย

  2. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง และโรคไตเรื้อรัง

  3. ผู้ที่มีพฤติกรรมทำลายสุขภาพ สูบบุหรี่จัด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน

วิธีป้องกันและดูแลตัวเองเบื้องต้นให้ห่างไกล "ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน"

การดูแลสุขภาพหัวใจไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มต้นปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างถูกต้อง ดังนี้

  • ควบคุมอาหาร ลดการบริโภคอาหารรสเค็มจัด (โซเดียมสูง) ของมัน ของทอด เพื่อลดความดันโลหิตและป้องกันภาวะน้ำคั่ง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (แต่หากเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • ควบคุมน้ำหนักและงดสารเสพติด รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน งดสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจสุขภาพประจำปี เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการตรวจวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด

ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะตามคำแนะนำทางการแพทย์ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ไม่ควรนิ่งนอนใจ การพบแพทย์อย่างทันท่วงทีสามารถรักษาชีวิตและลดความรุนแรงของโรคได้